วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปลาสิงโต



ชื่อสามัญ  Lion Fish

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pterois antennata

ขนาดลำตัว 8-13 ซม.

ปลาสิงโต เป็นปลามีพิษซึ่งพิษอยู่ที่ก้านครีบ ปลาสิงโตจะอยู่ในครอบครัว Scorpaenidae ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
  1. ปลาสิงโต ( Pteroinae ) และ 
     2.ปลาหินและปลาแมงป่อง ( Scorpaeninae )
ทั้งหมดนี้จะเป็นปลามีพิษร้ายแรง โดยที่พิษจะอยู่ที่ครีบแข็งทั้งหลาย เช่น ครีบอก ครีบหลัง พิษพวกนี้มีไว้ให้ป้องกันตัวอย่างเดียว เมื่อมีอันตรายเข้าใกล้ ปลาสิงโตจะกางครีบ เป็นการข่มขู่ แต่จะไม่ค่อยออกมาโจมตี หรือเอาครีบทิ่มแทงใคร

ปลาสิงโต ชอบอำพรางตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ถ้าไปโดนพิษส่วนใหญ่จะเจ็บจี๊ดแล้วปวดขึ้นเรื่อยๆ

ข้อแนะนำ ถ้าโดนพิษปลาสิงโต ให้ทำความสะอาดแผล แล้วใช้ความร้อนเข้าสู้ พิษของปลาพวกนี้จะเป็นโปรตีน เมื่อโดนความร้อนจะสลายไป อาจจะใช้ไดร์เป่าผม น้ำอุ่น กระเป๋าน้ำร้อน หรืออะไรก็ได้ที่ร้อนๆประคบไว้ อาจจะใช้วิธีอังไฟก็ได้นะค่ะ ปรกติจะปวดประมาณ 24 ชม.แล้วจะค่อยๆ เบาลง
ลัษณะทั่วไป
  • ปลาตัวนี้จะมีลำตัวที่หนา มีครีบที่แข็งทั้งยังเป็นพิษร้าย บริเวณหัวจะมีหนามแหลม แต่บางตัวจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ผิวหนังตามหัว และลำตัวเป็นแผ่นยื่นออกมากซึ่งคล้ายกันปลาพันธุ์นี้มีหนวด การว่ายน้ำค่อนข้างเชื่องช้าชอบนอนนิ่งอยู่ตามพื้น ปลาสิงโตบางตัวมีสีที่กลมกลืนกับสีของพื้นทะเลซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการอำพรางตัวเพื่อล่าอาหารอีกด้วย
ปลาสิงโต ชนิดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

              1.ปลาสิงโตครีบยาว หรือปลาสิงโตธรรมดา ชื่อสามัญ  Ragged-Finned lionfish  ปลาสิงโตพันธุ์นี้จะมีจุดเด่น คือ ครีบของปลาค่อนข้างยาว บริเวณลำตัวจะเป็นลายแดงสลับแถบขาว ส่วนครีบของปลามีลักษณะเป็นหนวดยาว พบได้ทั้งมีสีขาว และลายบ้างเล็กน้อย
              2.ปลาสิงโตลายขาว    ชื่อสามัญ White-lined lionfish  ปลาสิงโตลายขาวจะเหมือนกับปลาสิงโตครีบยาว บริเวณลำตัวจะมีลายสีขาวเส้นเล็กๆคาดบริเวณลำตัว หนวดนั้นส่วนใหญ่จะพบเป็นสีขาว มีข้อแตกต่างจากปลาสิงโตครีบยาว คือจะมีลายเส้นขาวเล็กๆพาดตามตัวเป็นหลัก

อาหาร ปลาสิงโตจะลอยตัวนิ่งๆพุ่งเข้าชาร์ทเพยื่อด้วยความเร็วสูง กินปลาเล็ก หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกกุ้ง ปู เป็นอาหาร

 ปลาสิงโต สามารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าปากของมัน โดยสามารถเลี้ยงรวมกับ กลุ่มปลาเก๋า ปลากระพง หรือปลาสร้อยนกเขาชนิดต่างๆ แม้กระทั่งในกลุ่มปลาหิน หรือปลานกขุนทอง ปลาตาหวาน ก็ได้
ปลาที่ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงรวมกับปลาสิงโต ได้แก่ ปลาเล็กๆ หรือปลาที่ชอบแทะเล็มปลาอื่น ได้แก่ ปลาผีเสื้อ ปลาขี้ตังเบ็ด เพราะปลาพวกนี้ชอบไล่ตอด ทำให้ปลาสิงโตเกิดความรำคาญและเป็นแผลได้

ปลาทะเล สินสมุทรลายฟ้า



ปลาสินสมุทรลายฟ้า หรือ ปลาสินสมุทรทรวงฟ้า มีชื่อเรียกของชาวท้องถิ่นจะเรียกว่า ปลาโนราห์

ชื่ออังกฤษ  Ringed Emperror Angelfish

ชื่อวิทยาศาสตร์ Pomacanthus amularis

ตระกูล Chaetontiase

แหล่งที่อยู่ พบมากในหมู่เกาะอินโด-ออสเตรเลีย ทางตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งศรีลังกา อินเดีย และบังคลาเทศ อาศัยแนวปะการัง หินโสโกรก กองหิน ที่ระดับน้ำตื้นถึงน้ำลึก
ลักษณะ รูปร่างจะออกแป้นๆครีบหลังและครีบก้นจะยาว ครีบหลังของปลาที่โตแล้วจะมีลักษณะที่โค้งชี้ขึ้นด้านบน

สี  สีของลูกปลาไม่แตกต่างไปจากปลาตระกูล P.maculosus จะเปลี่ยนสีตามอายุว่าโตขึ้น
  • เริ่มจากเส้นบางๆที่ครีบหลังจะค่อยๆ เลือน พอโตเต็มวัยลำตัวจึงเริ่มมีริ้วๆ สีน้ำเงินเป็นโค้งๆจะขึ้นแทบสีข้าง แถบบริเวณหัวของลูกปลาก็จะหายไป
  • ลำตัวจะมีสีเหลืองอมน้ำตาลออกเขียวมะละกอแก่ๆ เป็นพื้นที่ฐานครีบอกจะมีแนวสีน้ำเงิน 5-6 แนวพาดทแยงไปทางส่วนหลังสุดของครีบหลัง มีวงแหวนสีน้ำเงินบริเวณระหว่างครีบอกกับตอนต้นของครีบหลัง
ขนาด  ประมาณ 15 นิ้ว (37 ซม.)

สภาพแวดล้อม มักอาศัยตามโขดหินตามหินตามพวกแนวปะการัง ชอบแสงสว่าง
- อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ 74-83 องศาฟาเรนไฮด์ (24-29 องศาเซลเซียส) 
- ค่า ph ในน้ำประมาณ 8.3-8.6
- ความหนาแน่นของปริมาณน้ำอยู่ที่ 1.025
อุปนิสัย เลือกกิน กินอาหารได้ทุกชนิด แต่ชอบสัตว์น้ำขนาดเล็กๆ โดยเฉพาะปลาที่โตแล้วต้องให้อาหารเป็นพิเศษ

การเลี้ยงดู ควรที่จะใส่พวกแนวปะการังหินเป็นที่อยู่ ปลาสินสมุทรนี้เป็นปลาที่ชอบอยู่ตัวเดียวและหวงอาณาเขต จึงต้องระมัดระวังในการเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นๆ

ปลาการ์ตูน
















ปลาการ์ตูน เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเล แหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง แถบชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย นอกจากแนวปะการังแล้ว ปลาการ์ตูนยังชอบอาศัยใกล้้ๆ กับดอกไม้ทะเล ถึงแม้ว่าดอกไม้ทะเลจะมีพิษร้ายพอๆกับแมงกะพรุน แต่พวกปลาการ์ตูนก็อาสัยอยู่ได้ โดยเอาตัวไปถูกับเมือกที่ฐานดอกไม้ทะเล ซึ่งดอกไม้ทะเลจึงคิดว่าปลาการ์ตูนเหล่านี้ เป็นพวกเดียวกับมันจึงไม่ปล่อยเข็มพิษมาใส่ปลา

ชื่อสามัญ : Clown Anemone fish
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anemonefish ; Pomacentridae


  • มีขนาดลำตัว 3-5 เซ็นติเมตร

  • มีสีสันที่สดใส จะมีเอกลักษณ์ในตัวมันเองโดยทั่วไปจะประกอบด้วยสีส้ม แดง ดำ เหลือง และมีสีขาวพาดลำตัว 1-3 แถบ
  • ตัวเมียจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวผู้


ปลาการ์ตูน ที่พบมีทั้งหมด 28 ชนิดแต่ที่พบเห็นในไทยนี้มี 7 ชนิด พบทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ได้แก่ ปลาการ์ตูนสกั้ง ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนอินเดียแดง ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนอานม้า ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ ปลาการ์ตูนแดง เป็นต้น

การเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน ทำได้โดย

  • เริ่มการจับคู่พ่อพันธุ์- แม่พันธุ์ ที่จะผสมพันธุ์วางไข่ โดยที่ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่และมี้องบวมเป่ง ตัวผู้ให้เลือกตัวเล็กท้องแบนเรียบ หลังจากจับคู่แล้วให้สังเกตุว่าปลาจะยอมรับกันหรือเปล่า ถ้าตัวเมียไล่กัดตัวผู้ให้รีบเปลี่ยนคู่เลย
  • เพศของปลาการ์ตูน ไม่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจน สามารถที่จะเปลี่ยนเพศได้ โดยเพศของปลาจะเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อม ถ้าเปลี่ยนเป็นเพศเมียจะไม่สามารถกลับคืนเป็นเพศผู้ได้ การจับคู่ผสมพันธุ์เลยมีความซับซ้อนมาก
การวางไข่และพัฒนาการ

  • ก่อนการวางไข่ พ่อปลาจะเป็นผู้ดูแลทำความสะอาดที่ที่จะวางไข่ เมื่อใกล้วางไข่ปลาตัวเมียจะมีท้องที่บวมเป่งใหญ่กว่าปกติ และมีท่อนำไข่ยื่นออกมา 4-5 มิลลิเมตร หลังจากนั้นปลาจะเริ่มวางไข่ภายใน 1 ชม. แม่ปลาจะเลือกวางไข่กับวัสดุที่เลือกไว้ โดยวางเป็นชุดพ่อปลาก็จะปล่อยน้ำเชื้อเช้าผสม เมื่อวางไข่แล้วปลาตัวผู้จะเป็นผู้ดูแลไข่ ใช้เวลา 7-8 วันไข่ก็จะฟักเป็นตัว
  • ปลาการ์ตูนสามารถวางไข่ได้เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 500-1000 ฟอง ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ในชุดแรก จะพบว่าปลามักจะกินไข่ของตัวเองเพราะความตกใจ แต่หลังจากวางไข่ชุดหลังจะเริ่มเคยชินและไม่กินไข่ตัวเอง

  • สังเกตุว่าปลาจะฟักตัวหรือยัง สังเกตุจากตาของลูกปลาที่อยู่ในถุงไข่ จะกลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนแสง แสดงว่าลูกปลาพร้อมที่จะฟักเป็นตัวแล้ว ลูกปลาจะฟักช่วงหัวค่ำใช้เวลา 1-2 ชม.ในเวลามืดสนิท
การอนุบาลปลาการ์ตูน

  • หลังปลาฟักออกมาเป็นตัวให้แยกลูกปลาออกจากตู้ โดยตักลูกปลาพร้อมน้ำอย่าให้ลูกปลาโดนอากาศ นำไปอนุบาลในตู้กระจกขนาดเล็ก ให้ไรน้ำเค็ม โรติเฟอร์ และสาหร่ายขนาดเล็กเป็นอาหาร หลังจากนั้นลูกปลาจะเปลี่ยนแปลงมีสีสัน และลวดลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การเลี้ยงและดูแลปลาการ์ตูน

  • เมื่อลูกปลามีอายุ 3-4 สัปดาห์ สามารถย้ายลูกปลาไปสู่ตู้ขนาดใหญ่ โดยความหนาแน่นอยู่ที่ 1ตัวต่อลิตร ให้อาหารโดยเปลี่ยนมาเป็นอาหารสด เช่น เนื้อกุ้งสับหรือหอยลายสับหรืออาหารที่ผสมเอง โดยลดไรน้ำเค็มลงเรื่อยๆ ซึ่งลูกปลาจะมีขนาดประมาณ 8-10 มม.

สิ่งที่ระมัดระวังในการเลี้ยงปลาการ์ตูน คือ คุณภาพของน้ำและความหนาแน่น เช่นถ้าให้อาหารมากเกินไปจะเกิดสิ่งหมักหมม อยู่ในตู้เลี้ยง และการหนาแน่นมากเกินไปจะทำให้ปลาเป็นโรค และอาจจะตายได้ง่าย

  • การให้อาหาร ควรใ้ห้อาหารแค่วันละครั้งให้เพียงพออิ่ม อย่าให้มากเกินไป

ดังนั้น การรักษาความสะอาดและคุณภาพน้ำจึงมีความสำคัญมาก เมื่อปลาอายุได้ 4-6 เดือนควรที่จะแยกให้เป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ คู่ใหม่ ปลาจะมีวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุ 8-12 เดือน

ปลาผีเสื้อ



  • ปลาผีเสื้อ  ( Butterflyfish)

ชื่อวิทยาศาสตร์     Chaetodon lunulatus

วงศ์ตระกูล           Chaetodontidae พบประมาณ 120 ชนิดทั่วโลก ในเมืองไทย พบไม่ต่ำกว่า 25 ชนิด


แหล่งพบ             ในอ่าวไทย และทะเลอันดามัน

  • ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาผีเสื้อมีลำตัวสั้น แลนด้านข้าง ปากมีขนาดเล็กอาจยืดหดได้ ภายในปากมีฟันละเอียด


- ครีบหลังมีอันเดียว ประกอบด้วยก้านครีบแข็งอยู่ส่วนหน้า และก้านครีบอ่อนอยู่ถัดไป ครีบทวารมีก้านครีบแข็ง 3 อัน และแผ่นยื่นรับกับครีบหลัง


- ปลาผีเสื้อมีนิสัยเฉื่อยชา ว่ายน้ำหรือเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ ไม่ว่องไวเหมือนปลาอื่นๆ


- เป็นปลาที่หากินเวลากลางวัน เมื่อพลบค่ำจะหลบเข้าไปหาที่หลับนอนตามซอกหิน หรือโพรงปะการัง ในเวลากลางคืนปลาผีเสื้อจะเปลี่ยนสีตัวเองให้เข้มขึ้นโดยจะเป็นแต้มสีน้ำตาล หรือแถบสีเทาก็เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายและสัตรู 

- ปลาผีเสื้อ กินปะการังเป็นอาหาร จึงเป็นสัตวืที่มีความเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการัง นักวิทยาศาสตร์ใช้ปลาผีเสื้อ เป็นเกณฑ์กำหนดความสมบูรณ์ของแนวปะการัง

ปลาหมอสี



ปลาหมอแรมโบลิเวีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Microgeophagus altispinosa

ชื่อเรียกทั่วไปว่า Bolivian Butterfly Cichlid

Altispinosa  เป็นภาษาละติน แปลว่า ปลาที่มีครีบกระโดงสูง
ปลา หมอแคระ Altispinosa มีความคล้ายคลึงกับ ปลาหมอรามิเรซ หรือแรมมาก โดยแหล่งอาศัยส่วนใหญ่ ถูกค้นพบในแถบลุ่มแม่น้ำ Mamori ของประเทศโบลิเวีย จึงมีชื่อเรียกว่า " แรมโบลิเวีย "


อุปนิสัย ปลาหมอแรมโบลิเวียมีนิสัยดี สุภาพไม่ดุร้ายและก้าวร้าว นอกจากชอบแสดงคงามเก่งในการแสดงอาณาเขต แย่งชิงถิ่นอาศัย หรือแย่งจับคู่ ก็จะแสดงออกโดยการตอดกัดบ้างแต่ไม่รุนแรงเท่าไรนัก


ลักษณะ โดยทั่วไป เพศผู้ใบหน้าจะมีแถบสีดำพาดลงมาเป็นทางยาว ก้านครีบกระโดง 2-4 ก้านแรกจะมีสีดำ และปลายครีบในส่วนต่างๆ เช่น ครีบท้อง ครีบทวารและครีบหาง จะมีขลิบสีแดงเรื่อๆ ส่วนปลายครีบจะยื่นออกมาเป็นชายยาว และตรงบริเวณท้องจะมีสีแดงระเรื่อ ส่วนเพศเมียจะสีอ่อนจางกว่าตัวผู้มาก


การเลี้ยงดู สามารถเลี้ยงดูรวมกับปลาหมอแคระในสกุลเดียวกันได้ และสามารถเลี้ยงรวมกับปลาสวยงามประเภทอื่นๆรวมได้ด้วย

อาหาร เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายกินได้เกือบทุกอย่างเป็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป ไส้เดือนน้ำ หนอนแดง ไรน้ำจืดและไรทะเล ในส่วนของอาหาร ควรเป็นอาหารที่สดใหม่ และควรล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อป้องกันโรค และน้ำในตู้เน่าเสีย

ปลาม้าลาย



  • ปลาม้าลาย

ชื่ออังกฤษ    Zebra danio

ชื่อไทย      ปลาม้าลาย หรือปลาซีบรา

ถิ่นกำเนิด    ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

  • รูปร่างลักษณะ

- ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว มีแถบยาวตามลำตัว 4 แถบ คล้ายลายของม้าลาย จึงถูกเรียกว่า " ปลาม้าลาย "

- ขนาดโตเต็มที่ประมาณ  5 - 6 เซนติเมตร

  • อุปนิสัย

- เป็นปลาที่ชอบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง เป็นปลาที่มีความว่องไวปราดเปรียว มักว่ายน้รวมกันเป็นฝูงไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นๆได้

  • การเลี้ยงดู

- อาหารที่ใช้เลี้ยงได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดงไข่กุ้ง ไรแดงหรืออาหารเม็อสำเร็จรูป เป็นต้น

ปลาทอง



  • ปลาทอง


ชื่อภาษาอังกฤษ      Goldfish

ชื่อวิทยาศาสตร์      Carassius auratus ( Linn. )

ตระกูล                 Cyprinidae


ต้นกำเนิด             ทางตอนใต้ของประเทศจีน


  • ลักษณะทั่วไป

- ปลาทองมีรูปร่างอ้วน ป้อม มีเกล็ดแบบบางเรียบ ครีบอกกลมแบน ครีบหางเป็นรูปพัด


- ปลาทองมีสีหลากหลาย ตั้งแต่ สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำ และสีขาว จนกระทั่งรวมกันสารพัดสีในตัวเดียวกัน

- ปลาทอง สามารถมีอายุขัย ยืนยาวอยู่ได้ถึง 20 - 30 ปี เลยทีเดียว ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ แต่ปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต เฉลี่ยประมาณ 7 - 8 ปีเท่านั้น

  • อาหารสำหรับปลาทอง

1. อาหารตามธรรมชาติ ปลาทอง เป็นปลาที่กินอาหารได้ทั้งสัตว์และพืช แต่ปลาทอง จะชอบทาน สิ่งมีชีวิต ประเภท ลูกน้ำและไรแดง มากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นโปรตีนสูง เหมาะกับการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ปลาทอง ในปัจจุบันหนอนแมลงวัน ก็เป็นอาหารอีกชนิดที่นิยมนำมาเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง

2. อาหารปลาทองสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารเม็ด ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะกับปลาทอง ควรเลือกแบบอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงซึ่งจะทำให้ ปลาทองเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงาม

การให้อาหารปลาทอง ควรคำนึงถึง ปริมาณอาหารที่ให้ โดยปริมาณ อาหารที่ให้ ควรให้วันละ 3 - 5 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักปลาทอง การให้อาหารโดยเฉพาะอาหารเม็ดสำเร็จรูป ควรให้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก โดยควรให้ปลาทอง ทานให้หมดภายใน 15 นาที ไม่เช่นนั้น น้ำในตู้ปลาทองอาจจะเกิอดการเน่าเสียได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแก่ปลาทอง โดยอาจจะแบ่งให้อาหารปลาทองวันละหลายรอบก็ได้

  • ปลาทอง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสายพันธุ์กันมากมายและหลากหลาย ได้แก่  ปลาทองหัวสิงห์, ปลาทองพันธุ์ออแรนดา, ปลาทองเกล็ดแก้ว , ปลาทองตาโปน , ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น , ปลาทองตาลูกโปง เป็นต้น